เราจะมาทำความรู้จัดกับเด็กไทยอนาคตกีตาร์ฮีโร่ระดับอินเตอร์กับ “อันดา อลันดา ฉันทรัตนโชค” เด็กปีศาจที่วงการกีตาร์ฮีโร่บ้านเรารู้จักดี มาคุยกับเหล่ามิตรรักชาวกีตาร์ของเรากันบ้างดีกว่า
เริ่มเล่นกีตาร์ได้ยังไง แล้วเริ่มจริงจังช่วงไหนครับ
อันดา : ต้องเริ่มจากที่ผมเป็นเด็กติดเกม แล้วอยากหาเวลาว่างให้มันมีประโยชน์ จุดเปลี่ยนมันมาจากที่ตอนผมติดเกมส์ ผมชอบที่จะเล่น รักที่จะเล่นมัน ตื่นมาเล่นเก็บเลเวล มันมีประโยชน์ แต่มีประโยชน์เฉพาะในเกมส์ ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่า อยากเอาความรู้สึกชอบอะไรสักอย่างมาทำประโยชน์ในชีวิตจริง เพื่อที่จะได้มีงานในอนาคต ซึ่งดนตรีก็กลายเป็นทางเลือกหนึ่งในนั้น เพราะตอนเล่นเกมส์ที่หัวนอนผมจะมีกีตาร์อยู่ที่คุณพ่อเอามาวางไว้ ผมก็เลยลองเล่น แล้วก็เริ่มจากไปเรียนก่อน แต่ที่ๆ เรียนเขาจะสอนแบบคอร์ดวนๆ ซ้ำ ซึ่งถ้าพูดตรงๆ ผมก็เริ่มรู้สึกไม่สนุก ก็เลยเริ่มแกะเอง ซึ่งช่วงแรกๆ แรกผมก็ไม่ได้แกะเหมือนอะไรมากนะครับ คราวนี้เริ่มเรียนจากใน Youtube เราเห็นคนที่แกะเพลงพวก Bodyslam Potato หลายๆ คนที่เขาแกะได้ค่อนข้างดี ก็เริ่มจากศึกษาตรงนั้น จนกระทั่งสักช่วง ม1. ผมก็เริ่มอยากจะเล่นจริงจัง อยากรู้เรื่องเทคนิคต่างๆ มากขึ้น ซึ่งวงที่ผมฟังก็คือ Dream Theater ตอนนั้น ผมเล่นเพลงแรกคือเพลง The Best Of Times แล้วจากนั้นก็ฟังไล่ตั้งแต่ต้นเลย เรียกว่า Dream Theater เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมอยากเรียนดนตรีจริงจัง นอกจาก Dream Theater ก็จะมีช่วงที่ผมไปฟังพวกมือกีตาร์สาย Jam Track Central ก็คนแรกๆ ที่ผมชอบก็ Martin Miller, Tom Quayle แล้วก็อีกหลายคนทำให้ผมได้ซึมซับพวกเมโลดี้ ฮาร์โมนี่ เทคนิคแบบฟิวชั่นเพิ่มเข้าไปนอกจากของ Dream Theater ด้วย
ช่วงนั้น เพลงที่ซับซ้อนแบบนี้เราฟังเข้าใจมากน้อยแค่ไหนครับ
อันดา : ถ้าในแง่ทฤษฎีอันนี้ไม่เข้าใจครับ แต่ในแง่ของการฟัง เพราะผมฟัง Dream Theater มาเยอะมากมันก็จะมีพวกบางฮาร์โมนี่ที่มันเชื่อมต่อกันได้ แล้วเราก็คุ้นเคย
เคยรวมวงกับเพื่อนๆ มั้ยครับ
อันดา : รวมครับ ผมรวมวงตั้งแต่ ป.5 แล้ว แต่เป็นช่วงที่ผมเล่นเพลง Bodyslam อะไรแบบนั้นครับ ร็อคตามวัยผม ก็ไปประกวดด้วยแพ้บ้าง ชนะบ้าง จำได้ว่างานแรกไปประกวดเล่นเพลง อกหัก เกร็งมากตื่นเต้น จิ้มหลุดด้วย (หัวเราะ) แต่พอผมเริ่มเล่น Dream Theater แล้ว คือผมเล่นกีตาร์ทั้งวันเราก็แกะ Dream Theater เล่น แต่เพื่อนๆ เล่นไม่ไหว ซึ่งผมเข้าใจนะครับ แต่คืออารมณ์เราแบบอยากเล่นมาก (หัวเราะ) ก็เลยเป็นเหตุผลที่ผมอยากจะเล่นกับคนเก่งๆ เลยตัดสินใจเรียนดนตรีจริงจัง จนมาเข้าที่ ม.มหิดล ซึ่งเพื่อนๆ วงเก่าผมก็ยังคุยอยู่ แต่พอหลังจากวงเราแยกต่างคน ก็ต่างไปเรียนอย่างอื่นก็มีผมเข้าเรียนดนตรีคนเดียว
แรงบันดาลใจที่ทำให้มาสายกีตาร์ฮีโร่ ถ่ายคลิปต่างๆ
อันดา : ก็ผมเห็นจากพี่นัท Chord Tabs เขาเล่นเพลง Glasgow Kiss, Damage Control เขาเล่นแบบคนเดียวกับแบ็คกิ้งแทร็ค ผมก็เลยรู้สึกว่าอยากทำแบบนั้นบ้าง อยากทำเพลงที่เราเล่นคนเดียวได้ ถ่ายคลิปอะไรแบบนี้ ซึ่งผมโชคดีที่ผมมีความเข้าใจเรื่องการเขียนกลอง เรื่องพวกเครื่องดนตรีอื่นด้วย เพราะสมัยผมเล่นดนตรีเป็นวงเวลาซ้อมผมก็จะฟังเครื่องดนตรีอื่นอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพอมาใช้โปรแกรมดนตรีเองจริงๆ ก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน จนสามารถทำเพลงแต่งได้เพลงนึงชื่อ Against เอาลงประกวด Overdrive 10 แล้วก็ตกรอบ (หัวเราะ) Against เยอะไปหน่อย (หัวเราะ)
พูดถึงการเข้าประกวดกีตาร์บ้าง เริ่มประกวดได้ยังไง
อันดา : ผมเริ่มจากครั้งแรกคือที่ Hard Rock Pattaya ปี 2015 ก็ติด 16 คนจาก 100 คนก็ดีใจมากแล้ว เพราะตอนแรกที่ประกวดมีน้าคนนึงเขาบอกว่า ลองไปลงงานนี้สิ เขามีแบ๊คกิ้งแทร็ค แล้วให้แต่งลงไป ซึ่งเราก็ลองดู ก็รู้สึกสนุกนะครับ คือเราได้ถ่ายทอดสิ่งที่เราอยากเล่นลงไป ซึ่งครั้งแรกผมก็ยังไม่ได้เข้าเรียนดนตรีจริงจังผมก็แต่งเท่าที่ผมจะได้ยินแบบที่เราฝึกมาตอนนั้น ทฤษฏีก็ยังไม่ค่อยได้ แต่หูเราได้ยินก็ทำเต็มที่ สิ่งที่เราได้กลับมาได้เยอะมาก เพราะไปครั้งแรกผมไม่รู้เลยอะไรคือการแจม อะไรคืออิมโพรไวส์ เราต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้นอย่างพี่ บอม ณัฐธีร์ แล้วก็อีกหลายคน จนผมก็ประกวดงานนี้ทุกปี จนปีล่าสุด 2019 เนี่ยก็ได้แชมป์ ซึ่งผมก็ดีใจมากแต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นผมได้แจมกับ Matteo Mancuso กับ Alex Hutchings ซึ่งผมชอบทั้งคู่มากๆ อยู่แล้ว
ซึ่งผลจากการประกวดทำให้อันดา ได้มาเซ็นสัญญาร่วมงานกับทาง Yamaha
อันดา : จริงๆ ผมก็ร่วมทำงานกับ Yamaha มานานแล้วครับ แต่ก็พึ่งมาได้สัญญาจริงจัง ซึ่งก็จะได้กีตาร์ที่เป็นการสนับสนุนของ Yamaha ผมก็จะได้ Yamaha RS620 มาใช้ ก็จะได้เห็นกันเร็วๆ นี้ ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่น ผมก็มี Line6 Pod HD 500X มีแอมป์ Line6 Spider
ตอนนี้เราทราบมาว่าอันดากำลังเรียนสายแจ๊ซ เสน่ห์ของแจ๊ซคืออะไร
อันดา : ฮาร์โมนี่ครับ จริงๆ ผมว่าการเรียนแจ๊ซ สิ่งสำคัญสุดคือเรื่องของภาษา อย่างเราเล่นร็อคภาษาจะไมได้เหมือนกับแจ๊ซ บางทีภาษาของแจ๊ซบางอย่างจะมีมากกว่าร็อค แต่ในขณะที่ร็อคเองถ้าเอาภาษาของแจ๊ซไปผสมบางทีก็อาจจะไม่ลงตัว แต่สิ่งที่เราจะได้มากที่สุดคือเรื่องคอร์ด ความเข้าใจคอร์ดต่างๆ เราจะได้ยินอะไรมากขึ้น เพราะพอเราฝึกแจ๊ซเราจะชินกับฮาร์โมนี่ที่ซับซ้อน ส่วนตัวผมจะชอบฟิวชั่นมากกว่า แต่ก็ต้องเล่นสแตนดาร์ดให้ดีก่อนเพราะมันคือพื้นฐาน
จุดมุ่งหมายของอันดา
อันดา : ผมอยากทำผลงานตัวเองเรื่อยๆ เป็นพวกเพลงบรรเลงเป็นหลักก่อน แล้วก็อยากสอน ที่อยากสอนไม่ใช่เพราะเรื่องเงินนะครับ แต่อยากเอาความรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ไปส่งให้คนที่ไม่มีโอกาสได้รู้ครับ