จั่วให้เห็นว่าเรื่องราวที่เรากำลังจะนำเสนอทุกท่านต่อไปนี้เป็นเรื่องของเครื่องดนตรี อุปกรณ์ดนตรีล้วนๆ หลังจากที่มีเพื่อนๆ หลายคนแอบบ่นแล้วผมดันไปได้ยินบอกว่าช่วงนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับกีตาร์ ดนตรีอ่านเลยเนาะ ซึ่งจะว่าไปก็จริง ก็เลยคิดว่า เออ เขียน Scoop เกี่ยวกับเครื่องดนตรีดีกว่า ก็เลยลองไปหาข้อมูลโดยการไปอ่านพวกบทวิเคราะห์ฟุตบอล (อะไรของเมิง!!!) ก็ไปเจอบทความนึงเกี่ยวกับการวิเคราะห์วงการฟุตบอลในรอบ 4-5 ปี ที่ผ่านมาอะไรประมาณนี้ ปิ๊ง!!! ไอเดียบรรเจิด ถ้าอย่างนั้นขอลอกแบบหน้าด้านๆ เลยดีกว่า แต่เราจะเปลี่ยนจากฟุตบอลเป็นเครื่องดนตรี นี่ก็คือความเคลื่อนไหวของวงการเครื่องดนตรีในรอบ 4-5 ปี ที่ผ่านมา มาลองดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
Guitar
-
การปฎิวัติของ “Pastel”
“สีพาสเทล (Pastel Color) คือสีที่มีการผสมของสีขาวลงไป เพื่อลดความเข้มข้นของเนื้อสีเดิมลง ทำให้รู้สึกซอฟต์ลง” ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งนี้กลับกลายเป็นเทรนด์ของกีตาร์ไฟฟ้าในยุคปัจจุบันไปแล้ว พวกกีตาร์สีเขียวอ่อน ฟ้าอ่อน โดยเฉพาะสีชมพู กลายเป็นที่ต้องการในตลาดกีตาร์ไฟฟ้าไปแบบไม่น่าเชื่อไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ Fender, Charvel, Ibanez (โดยเฉพาะ Ibanez ที่ทำพวก Semi Hollow เป็นสี Pastel ได้รับการตอบรับดีด้วย) รวมถึงแบรนด์อย่าง Suhr, Kiesel เรียกได้ว่าเป็นยุค Pastel จริงๆ สำหรับกีตาร์ไฟฟ้า
-
สีสันอันหลากหลาย
นอกจากสี Pastel แล้ว พวกสีแบบผสมต่างๆ เช่นพวกกีตาร์ที่ไล่ระดับสี หรือสีแบบอวกาศๆ หน่อย (พวกปะหน้าด้วย Burl Maple) ก็เป็นที่นิยมมากขึ้น เหล่านี้ปรากฏอยู่ในพวกกีตาร์สไตล์ Modern หลายๆ แบรนด์ แน่นอน Ibanez, Schecter, Framus เหล่านี้มีการทำสีสันที่สวยงาม แถมราคายังไม่แพงมากอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว
-
ความอ่อนล้าของ Vintage
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกอย่างกีตาร์ก็เช่นกัน ตัวแทนของกีตาร์ Vintage ของโลกแน่นอนเราปฏิเสธไม่ได้ Gibson เป็นหนึ่งในแบรนด์ตัวแทนของกีตาร์มาช้านานแต่จากการที่เราได้เห็นข่าวว่า Gibson เองก็เกือบจะต้องล้ม จนต้องเปลี่ยนผู้บริหาร ก็เป็นสิ่งที่พอจะยืนยันได้ว่ายุคของการเปลี่ยนแปลงในวงการกีตาร์มาถึงแล้วจริงๆ
-
ครอบจักรวาล
ปัจจุบันกีตาร์ไฟฟ้าจะต้องสามารถเล่นได้ในทุกแนวทางแล้ว จากการที่แนวดนตรีมีหลากหลายขึ้น ดังนั้นกีตาร์ 1 ตัว จะต้องรองรับได้ทั้งการเล่นคอร์ด โซโล่ เสียงแตกหนักๆ ดังนั้นกีตาร์ที่มีการผสมของ Pickup เช่น S-S-H หรือ H-S-H แล้วมีการเปลี่ยนเสียง Pickup จาก Humbucker เป็น Single Coil เป็นสิ่งที่กีตาร์ไฟฟ้าทุกแบรนด์ต้องทำได้ จนไปถึงเปลี่ยนคาแร็กเตอร์กีตาร์ได้เลยเช่น Line6 Variax เป็นต้น
-
Headless และ Multi Scale
ในช่วงกลางๆ ค่อนไปทางปลายๆ ยุค 80’s เราได้เห็นกีตาร์หัวตัดอย่าง Steinberger ถูกเล่นโดย Van Halen, Allan Holdsworth และมันก็หายไปสักพักด้วยข้อจำกัดบางอย่าง แต่พอมาในยุค 2010 เป็นต้นมากีตาร์ในสไตล์นี้เริ่มกลับมานิยมอีกครั้ง จาก Strandberg ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่น่าสนใจเช่นการออกแบบที่รองรับสรีระผู้เล่น หรือการเป็นกีตาร์แบบ Fan Fret 7 สาย แบบ Multi Scale รวมถึงการแก้ไขปัญหาการเพี้ยนเวลาเล่น ทำให้มีหลายแบรนด์เองก็เริ่มให้ความสนใจทำทรงหัวตัด นอกจากนั้นพวกกีตาร์ที่มี 7 หรือมากกว่า 7 สาย ที่ต้องใช้ลักษณะการผลิตแบบ Multi Scale ก็มีมากขึ้น และวงการนี้ก็โตขึ้นมากอีกด้วย
-
การครองโลกของกลุ่ม “Mini”
ในขณะที่กีตาร์ไฟฟ้ามีข่าวว่ากระแสความนิยมลดลงจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ในขณะเดียวกันกีตาร์โปร่งกลับขยายฐานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกีตาร์ในแบบที่เรียกว่า “Mini” กีตาร์ทั้งหลาย เป็นกีตาร์ที่ไซส์เล็กกว่าปกติ กลับได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย แน่นอนถ้าคุณไปถามเรื่องความนิยมของกีตาร์ที่ลดลงกับแบรนด์กีตาร์โปร่งอย่างเช่น Taylor คำตอบที่ได้ก็คือ “ยูพูดเรื่องอารายย ไอผลิตเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
-
ครอบจักรวาล (ภาค 2)
ไม่ใช่แค่กีตาร์ไฟฟ้า กีตาร์โปร่งเองก็ต้องคิดค้นนวัตกรรมมากมายเพื่อให้หลากหลายในการใช้งานเช่นกันแม้ว่าหลักๆ แล้วกีตาร์โปร่งจะเอาไว้สตรัมแล้วร้องเพลงเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ก็ต้องมีการออกแบบให้เล่นง่ายขึ้นเราจะเห็นได้จากการที่กีตาร์โปร่งในปัจจุบันจะต้องมีออฟชั่นเช่นมีภาค Pre Amp หรือ Pickup ในตัว มีการ Cutaway ให้เล่นได้ลึกขึ้น มี Arm Rest ไว้พักแขน แม้กระทั่งมีภาค Midi หรือทำให้ทัชชิ่งเหมือนกีตาร์ไฟฟ้าอย่างใน Godin ตระกูล Multiac หรืออย่าง Yamaha ตระกูล Silent Guitar เป็นต้น
-
วิกฤติสิ่งแวดล้อมและสนธิสัญญา Cites (ไซเตส)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูจากชื่ออาจจะดูห่างไกลพวกเรามาก แต่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีผลกระทบมากๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับพวกเรา Cites คือ “อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์” ขีดเส้นใต้คำว่า “พืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์” กีตาร์หลักๆ นั้นมาจากไม้ และไม้ที่กำลังจะสูญพันธุ์ก็คือไม้ตระกูล Rosewood โดยเฉพาะพวกสายพันธุ์ Brazilian ชื่อคุ้นๆ ขึ้นมาเลยใช่ไหม ใช่แล้วการที่ Rosewood หลายสายพันธุ์ถูกขึ้นทะเบียนทำให้ผู้ค้าขายต้องมีการปรับแผนเพราะนอกจากจะถูกตรวจสอบด้านเอกสารมากขึ้น ก็ต้องมีการเริ่มมาทดลองไม้ที่มีเสียงใกล้เคียง หรือทำการผสมไม้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลกับซาวด์กีตาร์พอสมควร การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือเราจะสังเกตว่าพวกฟิงเกอร์บอร์ดจากที่เมื่อก่อนเป็น Rosewood ตอนหลังจะมีชื่อไม้แปลกๆ นั่นแหละผลกระทบโดยตรงเลย
-
Made In ……
“กีตาร์ Made In Indonesia เหรอวะ แม่งจะไหวเหรอ” ใช่เราก็มีคำถามนี้เหมือนกันนั่นแหละ ในช่วงที่กีตาร์หลายแบรนด์ที่เขียนรายละเอียดแบบนี้ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันแบรนด์กีตาร์มากมาย ได้ย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในจีนหรืออินโดนีเซียมากขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ข้อแรก ทรัพยากร ข้อ 2 การขนส่ง ช่วงแรกๆ เราอาจจะรู้สึกว่า การที่กีตาร์ Made In 2 ที่นี้คือไม่ดี แต่ปัจจุบัน เมื่อพวกคนงานในที่เหล่านั้นเชี่ยวชาญมากขึ้น กีตาร์ที่มาจากทั้ง 2 ที่ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียวแบรนด์ชั้นนำไม่ว่าจะ Ibanez, Schecter, Cort, Yamaha ฯลฯ มีหลายรุ่นที่มาจากที่นี่แล้วก็มีคุณภาพที่โอเคสมราคาด้วย
-
ไทยทำ ไทยใช้
โลกยุคใหม่ทุกคนสามารถเข้าสู่ขุมทรัพย์แห่งความรู้ได้เหมือนกันทุกคน เช่นเดียวกันช่างชาวไทย ทุกวันนี้กีตาร์แฮนด์เมดโดยคนไทยสามารถเอาไปเล่นได้แบบสบายๆ โดยที่คุณภาพไม่ได้แพ้แบรนด์สากลเลย ทั้งไฟฟ้าและโปร่ง ซึ่งปัญหาเดียวก็คือไม่มีแบรนด์ไทยที่สามารถทำให้ใหญ่โตเป็นแมสโปรดักท์ได้ ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างก็ต้องรอเวลากันต่อไป
Effect
-
The Game Of Tone : Digital Is Coming
ความเคลื่อนไหวที่รุนแรงทีสุดในแวดวงเครื่องดนตรีนั่นคือการเกิดสงคราม Multi Effect แบรนด์แต่ละแบรนด์ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดถ้าใครชอบเรื่องเกี่ยวกับ Effect ล่ะก็มันส์เลยล่ะสำหรับสงคราม Digital ซึ่งก็มีหลายแบรนด์หลายราคา แล้วก็ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ ด้วย
-
Mini War
นอกจาก Digital Effect แล้วพวกก้อนเล็กๆ พวกนี้ก็ไม่ได้น้อยหน้า เราจะเห็นว่านักดนตรี หลายคนหิ้วบอร์ดไซส์เล็กๆ นี่แหละไปเล่น แล้วยิ่งพวกพรีแอมป์เล็กๆ อีกได้ความรู้สึกแบบ Analog เคลื่อนไหวสบาย จึงเป็นที่นิยมชองนักดนตรีมากมายได้ไม่ยากเย็น
-
Collaboration
เมื่อ Digital Effect มาแรงขนาดนี้แล้วพวก Analog Effect ล่ะมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหมคำตอบคือมี ที่เห็นๆ เลยคือการรวมกันของแบรนด์ต่างๆ ถ้าเป็นภาษาแบบยุคนี้ต้องเรียกว่า feat เช่น Tube Screamer รวมกับ Vemuram ที่เป็นแบรนด์แบบ Boutique ทำให้ได้ Effect Boost ระดับโคตร Premium ขึ้นมาซึ่งใช้เป็นได้ทั้งของสะสมและใช้งาน หรืออย่าง Boss ที่ร่วมมือกับ JSH ที่นำ Blues Driver กับ Angry Charlie มาผสมกัน ผลิตรุ่น Angry Driver ออกมา ซึ่งในอนาคตอาจจะมีแบบนี้อีกก็ได้
- Acoustic Effect
Effect กับกีตาร์โปร่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมาด้วยกันได้ แต่หลังจากที่กีตาร์โปร่งมีบทบาทสำคัญมากในโลกดนตรีปัจจุบัน เอฟเฟ็กต์ที่เกี่ยวกับกีตาร์โปร่งก็ถูกผลิตขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Chorus, Delay, Reverb จนกระทั่งมีแบบที่จำลองให้เป็นกีตาร์โปร่ง คาแร็กเตอร์ต่างๆ ทั้งแบบที่เป็น Pedal ใหญ่ๆ หรือก้อนเล็กๆ ซึ่งหลายแบรนด์ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว
-
พายุที่กำลังก่อตัว
ตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือมีหลายศิลปินที่ใช้ Interface ผสมกับ Plug In เป็นชุดเอฟเฟ็กต์ตัวเองไปเลย คนนึงที่เราเห็นคือ The Toys แน่นอนตอนนี้อาจจะยังดูใหม่แต่อีกไม่นานสิ่งนี้อาจจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของบรรดาเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ก็เป็นได้
อื่นๆ
-
การเอาตัวรอดของ Amplifiers
ผลกระทบของการเปลี่ยนยุคของเครื่องดนตรี ทำให้เหล่าบรรดาแอมป์ต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเช่นกันเช่นการทำให้เล็กลง แต่คุณภาพเท่าเดิม หรือการใช้หลอดแบบจำลอง เป็นต้นเพราะยังไงเสียงแอมป์จริงๆ เวลาเล่นมันมีชีวิตชีวานะ
-
กลอง Hybrid
ยุคนี้แทบจะเรียกได้ว่าหมดยุคของกลอง อะคูสติกจริงเพียวๆ ไปแล้ว ตอนนี้พวกกลองไฟฟ้าที่เป็น Pad รวมถึง Triggers ต่างๆ คือส่วนสำคัญต่อบรรดามือกลองในทุกสาย วันนี้แม้แต่กลองก็เป็น Digital แล้ว
-
คีย์บอร์ด จิ๋ว
ก็คือพวก Micro Synth ต่างๆ เจ้าคีย์บอร์ดตัวจิ๋วเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในโชว์ให้นักร้องได้กดเสียงอันไพเราะของซาวด์แบบ Digital ออกมา กำลังเป็นที่นิยมมากๆ ในหมู่นักร้องสาย Synth Pop
-
เรื่องราวของ เบส
อาจจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก ที่คนเก่งๆ มีมากมายหลักๆ แล้วเบสอาจจะต้องเปลี่ยนมาเล่น 5-6 สายมากขึ้น
-
การมาถึงของ Midi Controller
พวกที่เรียกว่า Pad ต่างๆ ณ วันนี้เป็นเครื่องดนตรีที่แรงมากๆ พวกโปรดิวเซอร์ ฮิปฮอป มีกันแทบทุกคน